เอ็กโกมั่นใจว่าดีลใหม่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่าสินทรัพย์ที่ขายไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อสรุปเข้าซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจไฟฟ้าในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและเชื้อเพลิงหลัก
วันที่ 17 ส.ค. 2561 คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรปกติ และจะพิจารณาอย่างรอบคอบเรื่องการจ่ายปันผลพิเศษจากการขายหุ้น EASTW และโรงไฟฟ้ามาซินลอค เนื่องจากบริษัทยังมีแผนการลงทุนต่อเนื่อง
กำลังการผลิตตามสัดส่วนร่วมทุนในโครงการมาซินลอค ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 1 และ 2 รวม 308.70 เมกะวัตต์, ระบบแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้า 4.90 เมกะวัตต์ และหน่วยที่ 3 ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 147 เมกะวัตต์
ในไตรมาส 1/2561 เอ็กโกขายหุ้น EASTW ทั้งหมด 18.72% มูลค่า 5.23 พันล้านบาท และขายหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้ามาซินลอค มูลค่า 850 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิสูงถึง 2.02 หมื่นล้านบาท
หลังการขายหุ้นโรงไฟฟ้ามาซินลอค ณ สิ้นไตรมาส 1/2561 เอ็กโกมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนร่วมทุนรวม 4,804 เมกะวัตต์ โดยเป็นโครงการที่ COD แล้ว 4,260 เมกะวัตต์ จาก 26 โรงไฟฟ้าใน 5 ประเทศ และมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 544 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 และ 2565