8 สมาคมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้ออกมาคัดค้านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP 2018 ฉบับเต็ม ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 โดยพบว่ากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของกลุ่มพลังงานหมุนเวียนลดลงกว่า 4,183 MW เมื่อเทียบกับแผน PDP 2015 และถูกเฉือนไปให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 10,000 MW พร้อมคำถามถึงปริมาณสำรองไฟฟ้าที่หายไป
ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าภาคเอกชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า แผน PDP 2018 มีรายละเอียดแตกต่างจากแผน PDP 2015 อย่างมาก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมถึง 13,156 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 10,000 MW โดยไม่ยอมทบทวนตามความเห็นของสภาอุตสาหกรรมฯ ที่ชี้ว่าแผน PDP 2018 จะทำให้ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินความจำเป็นและเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าระยะยาว
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าภาคเอกชนเปิดเผยว่า กลุ่มพลังงานหมุนเวียนได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของกลุ่มลดลงเหลือ 15,451 MW ตลอดทั้งแผน จากเดิม 19,634 MW ในแผน PDP 2015 มีการลดลงของโรงไฟฟ้าชีวมวล 3,376 MW และลม 1,485 MW แต่กลับเพิ่มให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 10,000 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อีก 2,725 MW
กลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้ง 8 สมาคมได้หารือถึงแผน PDP ฉบับนี้และตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ 7 ประเด็น เช่น การปรับลดการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การเน้นด้านราคาเพียงมิติเดียว การไม่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความกังวลเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ LNG ที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าแผน PDP 2018 ไม่ระบุปริมาณสำรองไฟฟ้า (reserve margin) ในแต่ละปี ทั้งที่ปริมาณสำรองในอดีตสูงกว่าร้อยละ 30 และการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่จำนวนมากจะทำให้ปริมาณสำรองสูงขึ้นจนเกินความต้องการใช้ และยังมีการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนไปแล้วกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่น้อยลงอาจทำให้ผู้ประกอบการล้มหายตายจากไปในที่สุด