วงเสวนา "การฟ้องคดีปิดปากกรณีโรงไฟฟ้าและทางออก" จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2561 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน และกรีนพีซ เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจกฎหมายปิดปากนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีโรงไฟฟ้า เพื่อสกัดกั้นการวิจารณ์โครงการรัฐ
ประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และอัครเดช ฉากจินดา จากเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินกระบี่ ชี้ว่าการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียวในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทำให้สาธารณะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน การฟ้องคดีเป็นการสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและนักวิชาการ และรัฐธรรมนูญปี 2560 มีบางมาตราจำกัดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ
เรณู เวชรัชต์พิมล นักวิชาการอิสระ เรียกร้องให้นักวิชาการกล้าแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยเหลือชุมชนและปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยมองว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่ง พร้อมเสนอให้หน่วยงานภาครัฐทบทวนการรับฟังข้อมูลอย่างโปร่งใส และชี้แจงข้อเท็จจริงแทนการฟ้องร้องบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์
ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่ากรีนพีซในประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงถูกฟ้องคดีบ่อยครั้ง และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยยกตัวอย่างคดี SLAPP ในสหรัฐฯ ที่ถูกยกฟ้องไปแล้ว แม้จะมีการเรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 900 ล้านเหรียญ เขาย้ำว่าพื้นที่สื่อสารสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม และถึงแม้จะถูกฟ้องคดีก็ต้องลุกขึ้นมาพูดต่อ เพราะพื้นที่แสดงความคิดเห็นกำลังหดแคบลง