การประชุมคณะกรรมการกำกับแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ครั้งที่ 68-3/2561 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีนางสาวนลินี กาญจนามัย ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานฯ เปิดการประชุมและที่ประชุมรับทราบรายงานการประชุมครั้งที่ 67-2/2561 ที่ผ่านมา. ในวาระเพื่อทราบ คุณนงนภัส วรรณโกวิท จากบริษัท ยูเออี จำกัด ได้นำเสนอผลการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี หน่วยผลิตที่ 1 และ 2 และโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561.
ผลการติดตามตรวจสอบระดับเสียงทั่วไปบริเวณโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีในเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 61.2-61.9 เดซิเบลเอ และระดับเสียงสูงสุดอยู่ที่ 65.1-90.5 เดซิเบลเอ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน. การตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ระบายออกจากคลองระบายน้ำหล่อเย็นของหน่วยผลิตที่ 1 และ 2 พบว่าปรอท แคดเมียม และคลอรีน ตรวจไม่พบในทุกดัชนี และมีค่าอยู่ในมาตรฐานน้ำทิ้ง. อุณหภูมิน้ำทะเลที่ตรวจวัดได้สูงสุด 31.8°C และมีความแตกต่างจากจุดอ้างอิงไม่เกิน 2°C ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล. นอกจากนี้ คุณภาพน้ำทะเลบริเวณ 3 สถานี โดยรอบพื้นที่อ่าวมาบตาพุด ทั้งความเป็นกรด-ด่าง ความเค็ม ออกซิเจนละลาย และสารอื่นๆ ก็เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้.
ด้านคุณภาพนิเวศวิทยาทางทะเลในเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่าจำนวนชนิดและปริมาณแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ที่สำรวจได้เป็นกลุ่มที่พบได้เป็นประจำในทะเลภาคตะวันออก. โครงการฯ ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่างๆ ครบถ้วน เช่น การติดตั้งระบบบำบัดมลพิษ, กำแพงเบี่ยงเบนทิศทางลมบริเวณลานกองถ่านหิน, การจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันเสียง, การบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์, การจัดการของเสีย, การติดตั้งผ้าใบขณะขนถ่ายถ่านหิน, การจัดเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางทะเล, การประชาสัมพันธ์กฎระเบียบการขนถ่ายถ่านหิน, การจัดเตรียมอุปกรณ์ระงับเหตุฉุกเฉิน และการจัดการลานกองถ่านหินให้เหมาะสม.
ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม พ.ศ. 2561 โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีการเทียบท่าเรือบรรทุกถ่านหินรวม 1,013,463 ตัน โดยมีปริมาณกำมะถันเฉลี่ย 0.43% ซึ่งยังคงอยู่ในข้อกำหนด EIA. หน่วยผลิตที่ 1 ผลิตไฟฟ้าสุทธิ 1,482,301 MWh-net และใช้ถ่านหิน 558,044 ตัน ส่วนหน่วยผลิตที่ 2 ผลิตไฟฟ้าสุทธิ 1,469,573 MWh-net และใช้ถ่านหิน 547,306 ตัน. มีการส่งออกเถ้าลอย 149,199.57 ตัน และเถ้าหนัก 15,313.72 ตัน. ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่องและคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไปบริเวณมาบตาพุด ทั้งก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ความทึบแสง และฝุ่นละออง รวมถึงอุณหภูมิน้ำในคลองระบายน้ำหล่อเย็น ล้วนมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด.
ด้านกิจกรรม CSR ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2561 มีผู้เข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี 3,042 คน และรวม 126,029 คน ตั้งแต่ปี 2544. โครงการเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพอเพียงได้ดำเนินการในชุมชนโขดหินและเขาไผ่ โดยมีเกษตรกร 14 รายได้รับการรับรองมาตรฐาน. โครงการฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำผลิตลูกพันธุ์กุ้งและปูได้เกือบ 500,000 บาท. โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืนสู่ท้องถิ่นรวมกว่า 6.5 พันล้านบาท และสนับสนุนของที่ระลึก/ของว่างจากชุมชนกว่า 1.2 ล้านบาท. นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เช่น ทอดผ้าป่าสามัคคี, มอบทุนการศึกษา, ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ, สร้างฝาย, บำรุงรักษาป่าชุมชน, จัดกิจกรรมดนตรี, สร้างคอนโดปู และปลูกป่าชายหาด.
สมาคมเพื่อนชุมชนร่วมกับโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 11 มีผู้ใช้บริการ 105 คน และจัดโครงการเพื่อนชุมชนติวเตอร์ ปี 7 รวมถึงมอบทุนการศึกษาปริญญาตรีต่อเนื่อง 40 ทุน. ในการประชุมมีการหารือเกี่ยวกับโครงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติแนวที่ 5 ของ ปตท. และการบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการและประสานงานกับชุมชน. ที่ประชุมรับทราบทุกวาระ และกำหนดการประชุมคณะกรรมการกำกับฯ ครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561. รายละเอียดเต็มอยู่ในไฟล์แนบ.