การประชุมคณะกรรมการกำกับแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ครั้งที่ 66-1/2561 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561 ณ ห้องประชุมสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีนางสาวนลินี กาญจนามัย ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน ที่ประชุมรับทราบเรื่องแจ้งเกี่ยวกับการเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในนิคมฯ และการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 65-4/2560
คุณนพรัตน์ วงศ์อนุรักษ์ชัย จากบริษัท ยูเออี จำกัด ได้รายงานผลการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 พบว่าระดับเสียงบริเวณโรงไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (59.8-63.2 เดซิเบลเอ เฉลี่ย 24 ชม.) และคุณภาพน้ำที่ระบายออกจากคลองระบายน้ำหล่อเย็นของหน่วยผลิตที่ 1 และ 2 เช่น ปรอท แคดเมียม คลอรีน ตรวจไม่พบทุกดัชนี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้ง อุณหภูมิน้ำทะเลสูงสุดที่ 27.9°C ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ด้านคุณภาพน้ำทะเลในอ่าวมาบตาพุด ส่วนใหญ่มีค่าเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ยกเว้นค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอนเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ที่เกินมาตรฐานในปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 เนื่องจากสภาพอากาศตามฤดูกาล ส่วนการติดตามตรวจสอบนิเวศวิทยาทางทะเลพบแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ชนิดเด่นคือ ไดอะตอม (Chaetoceros sp.) และสัตว์มีปล้อง (Nauplius of Copepod) ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้ทั่วไป
ดร.จิราวรรณ จำปานิล จากบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ได้สรุปผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าและท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 โดยมีการขนถ่ายถ่านหินรวม 882,835 ตัน ปริมาณกำมะถันเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 0.50% ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนด EIA ที่ 0.45% แต่ยังไม่เกินค่าสูงสุดต่อเที่ยวที่ 0.70% โดยบริษัทจะวางแผนการขนส่งเพื่อลดปริมาณกำมะถันให้เป็นไปตามค่าเฉลี่ยต่อปี นอกจากนี้ปริมาณเถ้าลอยและเถ้าหนักที่ส่งออกรวม 123,456.90 ตัน และ 14,722.56 ตัน ตามลำดับ
ข้อมูลคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่องโรงไฟฟ้าช่วงธันวาคม 2560 ถึงกุมภาพันธ์ 2561 พบว่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์อยู่ในมาตรฐาน EIA ส่วนค่าความทึบแสงและฝุ่นละอองมีการเพิ่มขึ้นบ้างในช่วงที่มีปัญหาของระบบบำบัดหรือการทดสอบเครื่องจักร แต่ยังคงไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ โครงการยังได้ดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการเกษตรอินทรีย์ และฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ รวมถึงการสนับสนุนชุมชนและกิจกรรมทางสังคมต่างๆ