การประชุมคณะกรรมการกำกับแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ครั้งที่ 63-2/2560 จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เวลา 14.00-16.30 น. ณ สำนักงานท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีนายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญได้แก่ การรับทราบโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 62-1/2560 ลงวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560
มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเกิด Plankton Bloom หรือน้ำทะเลเปลี่ยนสี โดยระบุว่าเกิดจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอนพืชบางชนิดเนื่องจากปริมาณสารอาหารและแสงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้น แพลงก์ตอนบลูมที่เป็นอันตรายแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มที่ทำให้ขาดออกซิเจนและกระทบสัตว์น้ำ และกลุ่มที่สร้างสารพิษ เช่น พิษอัมพาต (PSP) พิษท้องร่วง (DSP) พิษที่ทำให้ความจำเสื่อม (ASP) พิษต่อระบบประสาท (NSP) และพิษชิกัวเทอร่า (CFP) รายงานระบุว่าเคยมีผู้ป่วย 63 ราย และเสียชีวิต 1 รายจากพิษ PSP ที่ปากแม่น้ำปราณบุรีในปี พ.ศ. 2526 ผลสำรวจนิเวศวิทยาทางทะเลของบีแอลซีพีเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 พบแพลงก์ตอนพืชชนิดที่พบได้ทั่วไป และชนิดที่ก่อพิษในปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่หาดหินขาว จังหวัดระยอง ในปี พ.ศ. 2558 แหล่งที่มาของสารอาหารที่ส่งเสริมการเกิด Plankton Bloom มาจากภาคเกษตร กิจกรรมชุมชน และอุตสาหกรรม
ผลการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี หน่วยผลิตที่ 1 และ 2 รวมถึงโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 พบว่าทุกดัชนีมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ทั้งปริมาณมลสารที่ระบายออกจากปล่อง (ฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์) คุณภาพอากาศในบรรยากาศทั่วไป ระดับเสียงโดยทั่วไป คุณภาพน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสีย คุณภาพน้ำที่ระบายออกจากคลองระบายน้ำหล่อเย็น อุณหภูมิน้ำทะเล และคุณภาพน้ำทะเลในอ่าวมาบตาพุด โดยอุณหภูมิน้ำทะเลสูงสุดที่ตรวจวัดได้คือ 28.6°C ที่สถานี ST-7 ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ด้านการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีและท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พ.ศ. 2560 มีการขนถ่ายถ่านหินรวม 1,019,388 ตัน จาก Hunter Valley โดยมีปริมาณกำมะถันเฉลี่ย 0.41% ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนด EIA ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้สุทธิรวม 1,936,050 MWh สำหรับหน่วยผลิตที่ 1 และ 1,826,605 MWh สำหรับหน่วยผลิตที่ 2 มีการส่งออกเถ้าลอยรวม 125,919.12 ตัน และเถ้าหนักรวม 15,578.92 ตัน นอกจากนี้ยังมีการรายงานข้อมูลวัสดุไม่ใช้แล้วและคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่อง ซึ่งโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้จะมีบางช่วงที่ค่าสูงกว่าปกติเนื่องจากการซ่อมบำรุงหรือปัญหาแมงกะพรุน
กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พ.ศ. 2560 โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า มีผู้เข้าเยี่ยมชมรวม 2,427 คน จัดการประชุมไตรภาคีและคณะกรรมการกำกับดูแล EIA รวมถึงโครงการสร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชน เช่น โครงการเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพอเพียง ซึ่งได้ยื่นเอกสารขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แล้ว และมีการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืนสู่ท้องถิ่นรวมกว่า 6,027 ล้านบาท และ 795 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การสนับสนุนกิจกรรมบวชสามเณร ประเพณีสงกรานต์ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รายละเอียดเต็มอยู่ในไฟล์แนบ